5 Places To Get Deals On Sbothai

sbothaiนักข่าวบาเซโลน่ารายงานว่า sbothai เว็บพนันบอลอันดับหนึ่งของไทยโปรโมชั่นฮอตบริการดีเยี่ยมคอพนันต้องยกนิ้วให้และข่าวที่ว่า

โดย…ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ : sbothai กิจจา อภิชนรจเรข เอ่ยชื่อ คริสตี้ กิ๊บสัน แน่นอนว่า เราคนไทยต่างรู้จักเธอในนามของนักร้องฝรั่งที่ร้องพูดไทยได้

และร้องเพลงหมอลำลูกทุ่งได้ในฐานะชาวดัตช์ที่มาอยู่เมืองไทยกับครอบครัว ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เธอจะมาบอกเล่าเรื่องราวหลังจากนั้นให้เราได้รับรู้ “คริสตี้มาอยู่เมืองไทย ที่

จ.นครราชสีมา คุณพ่อเดินทางมาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านหลักสูตรการศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง เรามากันทั้งครอบครัว คือ คุณพ่อ คุณแม่ คริสตี้ และน้องๆ อีก 4 คน พอคริสตี้อายุ 7

ขวบ เราก็ย้ายไปอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งที่นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คริสตี้ได้ฟังเพลงลูกทุ่งและหมอลำ ไม่ว่าเราไปไหน เราก็ได้ฟังเพลงเหล่านี้ตลอด พอฟังบ่อยๆ ก็ร้องตาม

พอโตขึ้น ก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เพราะพ่อแม่มาสร้างโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งขึ้น แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว และคุณพ่อคุณแม่กับน้องๆ ก็ย้ายไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษแล้ว”

หลังจากย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ คริสตี้ได้เรียนร้องเพลงคลาสสิกกับครูฝรั่ง เรียนศิลปะการแสดง และมักจะได้ร้องเพลงในโรงเรียน ทั้งเพลงสตริงและลูกทุ่ง ยิ่งร้องเพลงลูกทุ่ง

คนในโรงเรียนยิ่งกรี๊ดกร๊าด ชื่นชม เพราะเห็นว่าเป็นคนต่างชาติที่มีความพยายามในการร้องเพลงลูกทุ่งให้คนไทยฟัง “จากนั้นคริสตี้ก็ได้ร้องเพลงลุกทุ่งหมอลำตามงานการกุศล

จนมีคนเห็น และพาไปออกรายการทีวี แล้วก็มีค่ายเพลงติดต่อมาเพื่อออกอัลบั้มเป็นนักร้องอย่างเต็มตัว แต่ใช้เวลาถึงหนึ่งปีกว่าคริสตี้จะตอบตกลง เพราะมีความกังวลเต็มไปหมด

กังวลว่าเราจะเป็นนักร้องลูกทุ่งได้จริงๆ เหรอ วงการบันเทิงจะเป็นยังไง คนไทยจะต้อนรับเรามั้ย จะชอบเรามั้ย แต่ในที่สุดก็ได้ทำอัลบั้ม เพราะคิดว่านี่คือโอกาสที่ดีที่ควรรับไว้

และทำให้ดีที่สุด” คริสตี้เผยว่า ตอนแรกเธอคิดว่าจะอยู่ในวงการบันเทิงสักระยะนึง ที่ไหนได้ 15 ปีผ่านไปแล้วเธอก็ยังคงอยู่ตรงนี้ “ถือเป็นความโชคดีของชีวิตจริงๆ บอกเลยว่า

งานร้องเพลงคืออาชีพที่เรารัก และคริสตี้ก็รู้สึกว่าคริสตี้คือคนไทย ภายในคริสตี้คือคนไทย แม้ภายนอกจะเป็นฝรั่ง” สำหรับการใช้ชีวิตในเมืองไทยนั้น ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ

เธอก็ใช้ชีวิตเหมือนคนไทยทั่วไป และเธอก็ชอบทุกอย่างที่เป็นไทย ทั้งอาหารการกิน จนทำให้เธอไม่คุ้นชินกับอาหารฝรั่ง “ยอมรับเลยว่าเวลาไปเมืองนอกกินอาหารฝรั่งลำบากมาก กินได้

แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่กิน” คริสตี้ระลึกตามคำสอนของคุณพ่อคุณแม่อยู่เสมอว่า นี่คือบ้านของคนไทย เราต้องให้เกียรติเจ้าของบ้าน ภาษา เราก็ต้องเรียนรู้ อาหารเราก็ต้องกินเหมือนเขา

ใช้ชีวิตตามรูปแบบวิถีและวัฒนธรรมเหมือนเขา ตอนเด็ก เราก็ทำตามที่พ่อแม่สอน แต่พอโตขึ้นเราก็เห็นคุณค่าตามที่พ่อแม่สอน ในส่วนของอาหาร ชอบหมด โดยเฉพาะอาหารเผ็ดๆ และอาหารอีสาน

ส้มตำปูปลาร้า ลาบ น้ำตก นี่ยิ่งชอบใหญ่ (หัวเราะ)” แม้ทุกวันนี้ คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ของคริสตี้ จะย้ายไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เธอก็ยังยืนยันที่จะอยู่ในประเทศไทย

เธอคิดว่าเธอตัดสินใจถูก “คริสตี้คิดว่าที่นี่เป็นเหมือนบ้านเกิดของเรา มันผูกพันไปแล้ว เคยคิดว่าถ้าเราไปอยู่ที่อังกฤษ เราจะอยู่ยังไงก็ยังคิดไม่ออก”

กับการใช้ชีวิตอยู่เมืองไทย ด้วยความรู้สึกข้างในที่เป็นคนไทย เธอจึงไม่ชินกับการทำอะไรคล้ายๆ ฝรั่ง เช่น การอาบแดด คริสตี้เผยว่าเธอเป็นคนกลัวแดดมาก

นี่จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนได้ว่า ความเป็นไทยกับเธอคือหนึ่งเดียวกันไปเรียบร้อยแล้ว “ทุกวันนี้ คริสตี้ภูมิใจในความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย เพลงไทย เพลงลูกทุ่ง เพลงหมอลำ

มันเท่มาก มันเจ๋งมาก อีกทั้งคริสตี้ก็มีเพื่อนๆ เป็นคนไทย ไปไหนไปกัน พูดภาษาไทยกันตลอด” ท้ายสุด เราถามถึงเรื่องความรัก คริสตี้เผยว่า ตอนนี้ยังโสด เราจึงถามต่อว่า

สเปกของเธอเป็นแบบไหน ไทย จีน เกาหลี ฝรั่ง เธอเผยว่าเธอไม่มีสเปก แต่แน่นอนเธอชอบคนหล่อ หล่อแบบเอเชีย หรือฝรั่งก็ได้ อยู่ที่ความถูกใจและไปด้วยกันได้ดีมากกว่า

“ตอนนี้คริสตี้เป็นศิลปินอิสระ ทำเพลงเอง มีวงของตัวเอง มีผลงานเพลงล่าสุด ชื่อว่า เนื้อคู่ของฉันเกิดหรือยังหนอ เป็นเพลงลูกทุ่งสนุกสนาน นอกจากนี้ก็มีงานคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ

คริสตี้รู้สึกโชคดี ที่ได้เป็นชาวต่างชาติที่ได้มาร้องเพลงหมอลำลูกทุ่ง คนไทยให้โอกาสและให้การต้อนรับ คริสตี้ต้องยกมือไหว้ขอบคุณคนไทยจริงๆ” นอกจากร้องเพลง

เธอยังทำงานการกุศลในมูลนิธิเด็กโสสะ และมูลนิธิอื่นๆ อย่างล่าสุดก็ได้ไปร่วมทำกิจกรรมกับค่ายศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ Art For sbothai All ที่จัดขึ้นเพื่อน้องๆ ผู้พิการทางสายตา หู และร่างกาย

รวมถึงน้องๆ ที่เป็นคนปกติ ที่มาเรียนรู้การอยู่ร่วมกันและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยคริสตี้มาร้องเพลงกับน้องๆ อย่างสนุกสนาน “เราได้พบเจอหัวใจนักสู้จากน้องๆ เหล่านี้

เราเห็นเขายิ้มได้ ทำให้เรามีพลังกำลังใจในการใช้ชีวิต ทำให้เรายิ้มได้เช่นเดียวกัน” คริสตี้เผยว่า สำหรับงานการกุศล ในความรู้สึกของเธอ มันเป็นอะไรที่เธอทิ้งไม่ได้เลย

“การที่เรามาร้องเพลงหมอลำลูกทุ่ง เกิดจากงานการกุศล เพราะมีคนเห็นเราร้องเพลงจากตรงนั้นแล้วเชิญเราไปออกรายการทีวี ทำให้คริสตี้มีวันนี้ได้ค่ะ”